คนที่มีความสุข มิใช่คนที่มีมากที่สุด แต่เป็นคนที่ต้องการน้อยที่สุด
posted on 21 Mar 2009 22:21 by summertripper
หัวข้อจะ contrast กับเนื้อหาเอนทรี่หน่อย
คือไม่รู้จะตั้งหัวข้ออะไรนั่นเองขร๊ากๆ ตั้งไว้เตือนสติ หรือแดกดันตัวเองก็มิรู้
กะว่าจะสมัครแอคเคาท์ใหม่ เพราะอยากเขียนบล็อกรีวิวผลิตภัณฑ์โน่นนี่เพ้อเจ้อตามเรื่อง แต่ไม่อยากให้มันปะปนกับบล็อกบ่นบ้าส่วนตัว แล้วก็อยากทำจริงจังไปเลย หวังว่าจะได้เริ่มทำในวันสองวันนี้ หลังจากคิดมาสองสัปดาห์แระ
วันนี้ออกไปหาลิงลม(โบราณ) ติดรถแท็กซี่ออกไปกับท่านแม่และท่านเหมียว ฝนตกแต่พอถึงราชดำเนินก็หยุด เราก็จะลงไปต่อรถ แดดเปรี้ยง แล้วรถมันติดแหงกอะไรไม่รู้ หลังจากยืนรออยู่สักพักหนึ่ง เห็นสาย 15 รถเมล์เพื่อประชาชนมา ก็โดดขึ้นเลย ทั้งที่ร้อน แต่ความอดทนต่ำ ไม่อยากยืนผึ่งแดด เลยต้องขึ้นไปนั่งในเตาอบสาย 15 แทน ต้องนั่งข้างอีน้าที่ไหนไม่รุท่าทางเป็นครูมัธยมต้น นั่งแถวติดประตู เห็นตูขึ้นมา เขยิบให้นิดเดียว ให้ตูนั่งทำเป็นผอม มันคงคิดว่า ที่นั่งอีกฝั่งมีตั้งเยอะมาเบียดกูทำไม ตูก็ตอบในใจ (คิดเองเออเอง) ว่าใครจะไปนั่งอีกฝั่งวะกว่าจะถึงจุดหมายกลายเป็นปลาย่างเกรียมแน่ๆ ก็เลยต้องทนนั่งเบียดอีน้านี่ไป พอเจ้แกใกล้จะลง แต่ยังไม่ถึง มันก็เอากระเป๋ามาสะำพายแขนเบียดตูอยู่ได้อีห๊านี่ ไม่ได้มีความเกรงใจกันแม้แต่น้อย แม่พิมพ์ของชาติเป็นอย่างงี้อนาคตของชาติจะเป็นยังไงหนอ (ว่าไปโน่น จริงๆ คือร้อนรำคาญความอดทนต่ำ กร๊าก)
แล้วเราก็ไปลงที่ป้ายราชดำริแล้วก็ตัดสินใจไหนๆ ก็ฟรีมาตลอดทางแล้ว บวกกับเห็นการจราจรอีกฝั่งแน่นิ่ง ก็เดินดุ่มไปแพลตตินั่มเลย ย่างแดดสุดๆ เหงื่อไหลไข่ย้อยราวอาบน้ำ แต่ที่สำคัญ มาสำเหนียกว่าเท้าเราพังเสียแล้ว ก็อีตอนถึงจุดหมาย คือรองเท้ามันได้รับการใส่มากจนหลวม พอใส่แล้วนิ้วเท้ามันก็เลยไปข้างหน้า เดินๆๆๆ ก็เสียดสีกับขอบรองเท้าไปมา รู้ตัวอีกที ใต้นิ้วหัวแม่เท้าก็ถลอกปอกเปิกน้ำเหลืองปูดโปนจนแทบยกเท้าไม่ขึ้นแล้ว T-T
สุดที่รักของฉันมีปัญหาผิดพลาดสุดเครียดจากการทำงาน วันนี้เลยวิ่งวุ่น เครียดรับโทรศัพท์ทั้งวัน น่าสงสารยิ่งนัก มาถึงเลยเส้าส้อยหน่อย เพราะก่อนมาเจอกันเราพูดจาไม่ละเอียดอ่อนทางโทสับ ทำให้เซ็งกันไปนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจกันได้<3 ลิงลมมาถึง เอาแผ่นรูปงานน้องดรีมไปฝากที่ร้านที่กรุงทอง แล้วก็พากันไปกินข้าวบนฟู้ดขอดแพลตตินั่ม ทีแรกตั้งใจจะไปช้อปเพลินๆ แต่เพราะเท้าเปื่อย ก็เลยไม่ค่อยมีรมณ์ดูของ ได้เสื้อตัวละห้าสิบมาสองตัว และเสื้อห้าตัวร้อย เอาไปฝากหลานอาเป พรุ่งนี้จะได้เห็นเด็กๆ ใส่เสื้อพวกนี้กันไหมหว่า 55
เบื่อเซ็งเจ็บตรีน เลยเรียกแท็กไปเซ็นปิ่น (เพื่อ??) เดินวนไปวนมาไร้สาระ แล้วก็ไปกินข้าวเย็นเต๋วเรือท่าหยาม วันนี้ร้านมาคุมาก ควันฟุ้งเต็มร้าน น้องเนื้อแพ้ควันอยากรีบออกเร็วๆ กินเสร็จเดินออกจากร้าน หัวเหม็นหยั่งกับกินบาร์บีคิวพาอ้วนซะงั้น
ก็สรุปว่าวันนี้ได้เสื้อมาสองตัว หนมยามาซากิล็อตนึง แล้วก็พลาสเตอร์ปิดแผลสองชุด เพราะที่วัตสันส์มันโปร ซื้อ 1 อัน เพิ่มอีก 1 บาท ได้อีก 1 อัน
วันนี้น้องเนื้อนอนน้อย (เมื่อวานไปสัมมนาบ้านพี่ดอนกันมา) เช้าก็ไปถ่ายรูป แถมวิ่งวุ่นเรื่องงานอีก วันนี้เลยเพลียเป็นพิเศษ เราเลยแยกย้ายกันกลับบ้านตั้งแต่หัวค่ำ เป็นอันจบชีวิตกลางวันแต่เพียงเท่านี้
กลับมาอะโลนก็นั่งแช่หน้าคอมยังไม่ได้ไปไหน~~
เปิดอีเบย์แล้วก็เกิดโลภะ โทสะ โมหะ เอ้ย สองอันหลังมิเกี่ยว อยากได้โน่นได้นี่ซะงั้น มันถูกด้วย ถูกกว่าเจ้าเก่าที่ซื้อมาแระเราว่าดี มี combine shipping ในราคาถูกกว่าด้วย แต่มันจำกัดแค่ชุดละสามอัน งุงิ แอดเป็นวอทช์ไอเท็มไว้แล้ว เสร็จตูแน่ (ตูเสร็จแน่)
อยากได้ไอ้หนังสือนี่มาก The Vadeboncoeur Collection of ImageS แต่แพงอ่ะ แงๆ ยังตัดใจไม่ได้ เกือบพัน สี่สิบหน้า คุ้มไหมหนอ ที่จริงเราคิดว่าคุ้ม เพราะเราเห็นค่ามัน แต่ประเด็นคือไม่อยากเสียเงิน แป่วววว
ทำมายหนูถึงจับจดอย่างงี้~~~~ เมี๊ยวววว